กรมคุมโรคเตือนระวังเชื้อ’ไอกรน’

สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกประกาศการพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์วันที่ 2-8 ตุลาคม 2560 ว่า จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไอกรนในประเทศไทย

พบว่าในปี 2559-2560 มีผู้ป่วยโรคไอกรนประมาณ 50 รายต่อปี โดยพบว่ากว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่ติดเชื้อเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี และยังพบการเกิดโรคในผู้ใหญ่ซึ่งมีอายุ 25 ปีขึ้นไป ประมาณร้อยละ 20 ซึ่งอัตราการเสียชีวิตในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ร้อยละ 3.8 ส่วนในผู้ใหญ่ไม่พบรายงานการเสียชีวิตจากโรคไอกรน ในสัปดาห์ที่ผ่านมาพบผู้ป่วยโรคไอกรนจำนวน 2 รายในโรงเรียนแห่งหนึ่งของ จ.เชียงใหม่
สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯพยากรณ์ว่า อาจพบผู้ป่วยโรคไอกรนได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กที่ยังรับวัคซีนไม่ครบถ้วน โรคไอกรนติดต่อโดยการไอหรือจามของผู้ป่วย ผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันมีโอกาสเกิดโรคสูงถึงร้อยละ 90 ทำให้ผู้ป่วยมีอาการไออย่างรุนแรงติดต่อกันเป็นเวลานาน อาการมี 3 ระยะ ระยะแรกมีอาการคล้ายโรคหวัดแต่จะมีอาการไอแห้งๆ ยาวนานกว่า 10 วัน ระยะที่ 2 มีอาการไอถี่ๆ ติดกันเป็นชุด 5-10 ครั้ง ตามด้วยการหายใจเข้าอย่างแรงจนเกิดเสียงวู้บ เด็กเล็กอาจจะหายใจไม่ทันจนหน้าเขียวได้ และระยะสุดท้ายคือระยะฟื้นตัว กินเวลาทั้งสิ้น 6-10 สัปดาห์ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนจนทำให้เสียชีวิตจากการติดเชื้อแทรกซ้อนทำให้ปอดอักเสบ หรือมีภาวะแทรกซ้อนทางสมอง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสามารถลดการแพร่ระบาดของเชื้อลงได้มากโดยการรับวัคซีน จึงแนะนำผู้ปกครองให้พาบุตร-หลานไปรับวัคซีนที่สถานพยาบาลตามกำหนดอายุให้ครบถ้วน ถ้าไอหรือจามให้สวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน และหากมีอาการไอติดต่อกันเกิน 10 วัน หรือมีอาการไอถี่ๆ ติดกันเป็นชุด ควรไปพบแพทย์ เพื่อรักษาทันที. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth